8 วิธีทำความสะอาดบ้านให้ติดเป็นนิสัย
หลังจากกลับบ้าน ก็รีบถอดรองเท้า แล้วโยนกระเป๋าไว้บนโซฟา
จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอน ไม่มีวันไหนเลยที่คุณลุกขึ้นมาทำความสะอาด
แต่ก็บ่นว่าบ้านสกปรกทุกวัน คุณเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่าคะ? ถ้าคุณยังมีกิจวัตรประจำวันแบบนี้อยู่ล่ะก็
บ้านของคุณไม่มีทางสะอาดขึ้นอย่างแน่นอน ต่อให้คุณจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด
สุดท้ายก็เจอกับสภาพของรก ๆ อยู่ดี ฉะนั้นเริ่มจากตัวคุณก่อนดีที่สุด
สร้างนิสัยรักความสะอาดเริ่มจากของใกล้ตัว เช่นของใช้ในบ้านก่อน
แล้วค่อยจัดแจงดูแลทำความสะอาดบ้านของคุณอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อความสะอาดที่กลายเป็นนิสัย
1. วางรองเท้าให้เป็นระเบียบ
ก่อนเข้าบ้านเสียเวลาเอารองเท้าไปวางบนชั้นสักนิด
ก็ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบขึ้นเยอะ อาจจะแยกชั้น
แยกตู้ตามจำนวนรองเท้าของสมาชิกในบ้าน
และในตู้วางรองเท้าควรมีอุปกรณ์ทำความสะอาดรองเท้าด้วย
ทำให้รองเท้าสะอาดก่อนออกจากบ้าน เพิ่มความมั่นใจให้คุณมากขึ้น ส่วนบริเวณประตู
ควรนำพรมเช็ดเท้ามาวาง เพื่อทำความสะอาดฝุ่นที่ติดมากับเท้า
และเพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกด้วย
2. จัดการฝุ่นในบ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่น
การใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นวิธีกำจัดฝุ่นที่ดีกว่าการใช้ไม้กวาด
เอาไว้สำหรับดูดในบริเวณที่ไม้กวาดไม่สามารถจัดการได้ เช่น พรม หรือตามซอกต่าง ๆ
ของบ้าน เพราะเครื่องดูดฝุ่นมีสามารถเปลี่ยนหัวปรับ ให้ทำความสะอาดในพื้นที่ต่าง ๆ
ได้ง่าย ๆ จะเป็นฝุ่น ขนสัตว์ เศษแก้ว ก็ไม่หวั่น
แถมยังใช้เวลาน้อยกว่าการกวาดบ้านอีกด้วย
3. เช็ดน้ำในห้องน้ำให้แห้ง
หลังการอาบน้ำหากมีสบู่หรือแชมพูหยดลงบนพื้นควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย
แล้วเช็ดฝ้าบนกำแพง และไล่น้ำบนพื้นออกไปให้หมด
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในห้องน้ำในการอาบน้ำครั้งต่อไป โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก
ผู้สูงอายุ ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ ควรมีชั้นวางเป็นที่เก็บอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำของคุณ
4. รีบเช็ดอ่างล้างหน้าหลังใช้
หลังจากที่คุณแปรงฟัน
หรือล้างหน้าเสร็จแล้ว ควรเช็ดอ่างล้างหน้าสะอาด เพราะถ้าปล่อยให้อ่างแห้งเอง
ก็จะมีคราบยาสีฟันหรือโฟมล้างหน้าของคุณเหลือเอาไว้ควรใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1
ถ้วยเททิ้งไว้ 1 คืน
แล้วค่อยมาราดน้ำทำความสะอาดอีกครั้งในตอนเช้า จะช่วยขจัดคราบต่าง ๆ
ออกจากอ่างล้างหน้าได้ดี นอกจากนี้หากคุณแปรงผมใกล้อ่างล้างหน้า
ก็อย่าลืมเก็บเศษผมไปทิ้งด้วย เพราะเศษผมเป็นสาเหตุสำคัญ
อาจทำให้ท่อน้ำอุดตันได้นะคะ
5. กำจัดของเก่าในตู้เย็น
ก่อนที่จะใส่ของใหม่เข้าไป
นำของที่หมดอายุหรือของที่ไม่รับประทานแล้วออกมาทิ้งก่อน
จากนั้นเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ โดยเช็ดให้ทั่วบริเวณ
แล้วค่อยใส่ของใหม่เข้าไป นอกจากจะได้พื้นที่สำหรับวางของเพิ่มแล้ว
ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย
6. ทำความสะอาดเตาแก๊ส
ในกรณีที่น้ำในหม้อที่คุณทำอาหารล้นออกมาจนเตาแก๊สเลอะเทอะมีคาบสกปรก
หรือมีน้ำมันกระเด็น หลังจากที่คุณปรุงอาหารเสร็จแล้ว ก็ควรทำความสะอาดทันที
เพราะคราบเหล่านี้จะเกาะติดแน่น ถ้าหากทิ้งไว้นานจะทำความสะอาดยากกว่าส่วนอื่น ๆ
โดยเฉพาะคราบน้ำมัน โดยเลือกใช้น้ำยาขจัดคราบเพื่อทำความสะอาด
และอย่าลืมใส่ถุงมือด้วยนะคะ เพราะน้ำยาเหล่านี้มีฤทธิ์กัดกร่อน
อาจะเป็นอันตรายกับผิวหนังของคุณได้
7. กำจัดกลิ่นในครัว
กลิ่นอาหารที่แม้จะหอมขนาดไหน
แต่ถ้ารวมกับกลิ่นควัน หรือมีหลาย ๆ กลิ่นรวมกัน ก็ทำให้ปวดหัวได้นะ
วิธีกำจัดกลิ่นง่าย ๆ คือการผสมโซดาไฟกับน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
และน้ำมะนาวครึ่งซีก แล้วฉีดรอบ ๆ ห้องทิ้งไว้ 10 - 20 นาที
กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะหายไปทันที
เป็นการแก้ปัญหาในครัวด้วยอุปกรณ์ในครัวของแท้เลยล่ะ
8. เก็บของให้เป็นที่
หยิบมาจากตรงไหน
ใช้เสร็จแล้วก็นำกลับไปวางไว้ที่เดิม ไม่ต้องเสียเวลาจัดของใหม่
ทำให้บ้านสะอาดขึ้นเป็นกอง เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องน้ำและห้องครัว
ใส่กล่องหรือใส่ถังรวมเอาไว้ และวางไว้บริเวณใต้อ่างล้านจาน หรืออ่างล้างหน้า
คราวนี้จะหยิบใช้ก็สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาหาของอีกด้วย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น